ราคาทองพุ่งเพราะอะไร รวมทุกเหตุผลที่ทำให้ทองกลายเป็นสินทรัพย์สุดฮอต

Student blog — 28/01/2026

Educational
ราคาทองพุ่งเพราะอะไร รวมทุกเหตุผลที่ทำให้ทองกลายเป็นสินทรัพย์สุดฮอต
ราคาทองคำ ปี 2568
เดือน ทองรูปพรรณ ทองแท่ง
รับซื้อ (บาท) ค่าธรรมเนียม (บาท) ขายออก (บาท) รับซื้อ (บาท) ขายออก (บาท) US$ ต่อออนซ์ Baht / US$
ธันวาคม 62,264.88 2,171.49 64,436.36 63,536.36 63,636.36 4,217.95 31.89
พฤศจิกายน 61,277.93 2,150.07 63,428.00 62,528.00 62,628.00 4,085.92 32.40
ตุลาคม 61,275.60 2,150.33 63,425.93 62,525.93 62,625.93 4,059.78 32.59
กันยายน 54,186.50 2,005.80 56,192.31 55,292.31 55,392.31 3,659.81 31.99
สิงหาคม 50,507.87 1,930.59 52,438.46 51,538.46 51,638.46 3,363.65 32.45
กรกฎาคม 50,218.90 1,923.69 52,142.59 51,242.59 51,342.59 3,344.20 32.44
มิถุนายน 50,607.00 1,933.39 52,540.38 51,640.38 51,740.38 3,350.88 32.63
พฤษภาคม 50,235.75 1,819.81 52,055.56 51,155.56 51,255.56 3,284.81 32.97
เมษายน 50,516.62 1,825.69 52,342.31 51,442.31 51,542.31 3,227.62 33.75
มีนาคม 46,745.28 1,756.65 48,501.92 47,601.92 47,701.92 2,980.33 33.83
กุมภาพันธ์ 45,310.71 1,428.87 46,739.58 46,139.58 46,239.58 2,892.25 33.79
มกราคม 42,929.19 1,387.48 44,316.67 43,716.67 43,816.67 2,702.91 34.27
ทองคำถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset) กล่าวคือทองคำ ไม่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลหรือระบบธนาคาร ไม่มีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (default risk) เหมือนพันธบัตรหรือหุ้น และมีมูลค่าในตัวเอง (intrinsic value) และใช้เป็น “สื่อกลางในการรักษามูลค่า (store of value)” มานานหลายพันปี จากตารางที่ได้จากสมาคมค้าทองคำพบว่าราคาทองคำทั้งรูปพรรณและราคาทองคำแท่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งปี ประมาณ 50% แล้วอะไรคือเหตุปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เรามาดูกัน
1.คาดการณ์ว่าจะเกิดสงครามหรือวิกฤตเศรษฐกิจ
เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีความไม่แน่นอน ทำให้นักลงทุนหนีออกจากสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-off movement) เช่น สงคราม (เช่น รัสเซีย–ยูเครน, ตะวันออกกลาง)วิกฤตเศรษฐกิจ (เช่น วิกฤตซับไพรม์ 2008, โควิด-19) ทำให้นักลงทุนทั่วโลกขายหุ้น ขายพันธบัตรของประเทศเสี่ยง แล้วนำเงินไปซื้อทอง จึงความต้องการทองในตลาดโลกเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาทองปรับตัวสูงขึ้น
2.เฟดลดดอกเบี้ย
เมื่อเกิดสงครามหรือวิกฤติเศรษฐกิจ จะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้เฟด (ธนาคารกลางสหรัฐ) ลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จากผลที่ FED ประกาศลดดอกเบี้ยทำให้ดอลล่าร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น ๆ เนื่องจากดอกเบี้ยเงินฝาก พันธบัตร และสินทรัพย์ในสกุลดอลลาร์ทุกประเภท จะให้ผลตอบแทนน้อยลง จึงทำให้นักลงทุนย้ายเงินไปลงทุนในสินทรัพย์สกุลอื่น เช่น ก่อนลดดอกเบี้ย พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐให้ผลตอบแทน 5% หลังเฟดลดดอกเบี้ย เหลือเพียง 3% จะทำให้นักลงทุนอาจขายพันธบัตรที่ได้ดอกเบี้ยเป็นเงินสกุลดอลล่าร์ แล้วหันไปซื้อพันธบัตรยูโรหรือเยนแทน หรือหันไปถือสินทรัพย์รูปแบบอื่นแทน เมื่อดอลลาร์อ่อนค่า การซื้อทองคำในปริมาณเท่าเดิมจะต้องใช้เงินดอลล่าร์มากขึ้น มีผลทำให้ราคาทองคำในหน่วยดอลล่าร์ปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้เมื่อดอลล่าร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น ในมุมมองของนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น แสดงว่าทองคำมีราคาถูกลงในสายตาของนักลงทุนสกลุอื่น จึงเป็นการกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อทองคำเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มอุปสงค์ของทองคำเพิ่มขึ้น

การที่เฟดลดดอกเบี้ย กำลังแสดงถึงเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนหรือชะลอตัว นักลงทุนจะไม่ถือสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น แต่จะไปถือสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ แทน ยิ่งทำให้ความต้องการทองคำเพิ่มขึ้น

3. ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินดอลล่าร์สหรัฐ
ทองคำถูกกำหนดราคาเป็น ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ในตลาดโลก โดยกำหนดเป็น USD ต่อออนซ์ (เช่น 2,000 ดอลลาร์/ออนซ์) ดังนั้นการขายทองในประเทศไทย ต้อง แปลงค่าเป็นเงินบาท ก่อน

ราคาทองในไทย(บาท)=ราคาทองโลก (USD/oz)อัตราแลกเปลี่ยน (บาท/ดอลลาร์)

เมื่อ “เงินบาทอ่อนค่า” = 1 ดอลลาร์แลกได้ “เงินบาทมากขึ้น”

สมมติว่า 2,000 USD/oz

ราคาทองโลก ค่าเงินบาทต่อ 1 USD ราคาทองไทย (โดยประมาณ)
2,000 USD/oz 35 บาท/ดอลลาร์ 70,000 บาท
2,000 USD/oz 37 บาท/ดอลลาร์ 74,000 บาท
จะเห็นว่า ราคาทองโลกเท่าเดิม แต่เงินบาทอ่อนลงจาก 35 → 37 บาท ก็ทำให้ ทองไทยแพงขึ้นทันที 4,000 บาท เป็นที่สังเกตว่าถ้าหากทองคำโลกมีราคาสูงขึ้นแต่หากค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ก็อาจทำให้ราคาทองคำในประเทศไทยเพิ่มขึ้นได้ไม่มาก
4.อัตราเงินเฟ้อโลกสูง
หมายความว่าค่าเงินทั่วโลกลดค่าลง โดยเฉพาะ USD แสดงว่าอำนาจซื้อของเงินดอลล่าร์ลดลง นักลงทุนจึงหันไปทองคำแทนเงินสดหรือพันธบัตร เพื่อรักษามูลค่าทรัพย์สิน นอกจากนี้ทองคำเป็น สินทรัพย์ปลอดภัย (Save Haven Asset) เมื่อความต้องการทองคำเพิ่มขึ้นในตลาดโลก ทำให้ราคาทองคำปรับสูงขึ้น
5.อุปสงค์ทองคำโลกเพิ่มขึ้นขณะที่อุปทานทองคำเท่าเดิม
5.1 อุปสงค์ทองคำโลกเพิ่มขึ้นจากธนาคารกลางแต่ละประเทศ ในช่วงความไม่แน่นอน ธนาคารกลางหลายประเทศจะ “เพิ่มทุนสำรองทองคำ (gold reserves)” เพื่อกระจายความเสี่ยงจากเงินตราต่างประเทศ เช่น ธนาคารกลางจีน รัสเซีย ในประเทศเอเชีย ซื้อทองเพิ่มในช่วงสงครามหรือการคว่ำบาตรหรือเพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐฯ (De-dollarization) ทำให้ราคาทองยิ่งสูงขึ้น

5.2 อุปสงค์ทองคำโลกเพิ่มขึ้นจากประเทศใหญ่ ๆ เช่น จีน อินเดีย เป็นต้น มีความต้องการทองคำมาก มีผลทำให้ราคาทองโลกสูงขึ้น (จีนและอินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความต้องการทองคำสูงที่สุดในโลกและสาเหตุหลักมาจาก “ความเชื่อ วัฒนธรรมการใช้ทองคำเป็นเครื่องประดับ” รวมถึงบทบาทของทองใน ศาสนาและการลงทุน)

5.3 ความต้องการจากนักลงทุน คือมีการซื้อทองคำแท่งและเหรียญทองเพิ่มขึ้นหรือมีการลงทุนผ่าน Gold ETF และกองทุนรวมทองคำหรือเกิดจากนักลงทุนรายใหญ่และสถาบันเพิ่มสัดส่วนทองคำในพอร์ต เป็นต้น

6. ความต้องการทองภายในประเทศเพิ่มขึ้น
เช่น ช่วงเทศกาลตรุษจีน ปีใหม่ ฤดูหนาวที่คนทั่วไปนิยมแต่งงาน นักลงทุนเก็งกำไรหรือกรณีที่คนหันมาซื้อทองเป็นที่พักมูลค่า ทำให้ราคาทองแท่งในตลาดภายในอาจเพิ่มเร็วกว่าตลาดโลก
7.ความไม่แน่นอนของภายในประเทศ
เช่น เงินเฟ้อ เงินบาทผันผวน ตลาดหุ้นไม่แน่นอน นักลงทุนย้ายเงินจากสินทรัพย์เสี่ยง (หุ้น) มาถือทองแทน ทำให้ความต้องการภายในสูงขึ้น ราคาทองอาจขึ้นชั่วคราวได้

จะเห็นได้ว่าปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำแท่งในประเทศไทยเกิดจากทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก นักลงทุนควรทำความเข้าใจปัจจัยต่าง ๆ เพื่อทำให้มีการลงทุนในทิศทางที่ถูกต้อง และสามารถสร้างผลกำไร ให้กับนักลงุทนอย่างเหมาะสม

ผู้เขียน: ผู้ช่วยศาสตราจารย์กนกพร แสงวารี อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์

แชร์บทความนี้

หลักสูตร