การประยุกต์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการเรียนเศรษฐศาสตร์ โอกาสใหม่ของการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล
Student blog — 15/12/2025
เศรษฐศาสตร์ยุคใหม่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ตั้งแต่ราคาสินค้า ตลาดแรงงาน พฤติกรรมผู้บริโภค ไปจนถึงนโยบายเศรษฐกิจมหภาค
- ประมวลผลข้อมูลจำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว
- ทำ Data Cleaning อัตโนมัติ
- สร้างแบบจำลองเศรษฐมิติเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง
- ค้นหารูปแบบที่มนุษย์มองไม่เห็น (Hidden Patterns)
สิ่งนี้สัมพันธ์กับ ทฤษฎีเศรษฐมิติ (Econometrics Theory) ที่อาศัยการใช้เครื่องมือทางสถิติในการอธิบายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ แต่ AI โดยเฉพาะ Machine Learning สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้การประมาณค่าสมการเศรษฐมิติมีความแม่นยำยิ่งขึ้น
- อุปสงค์–อุปทานและดุลยภาพตลาด (Demand–Supply & Market Equilibrium)
- ทฤษฎีเกม (Game Theory)
- การบริโภคและการผลิต (Consumption & Production Theory)
- พฤติกรรมภายใต้ความเสี่ยง (Expected Utility Theory & Prospect Theory)
นักศึกษาสามารถทดลอง “ปรับตัวแปร” และเห็นผลลัพธ์ทันที เช่น เพิ่มภาษี → ราคาเพิ่ม → ปริมาณซื้อขายลดลง ซึ่งช่วยเสริมการเรียนแบบ Learning by Doing และทำให้ทฤษฎีเข้าใจง่ายขึ้น
- อธิบายทฤษฎีด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย
- สร้าง Mindmap บทเรียน
- สรุปงานวิจัยเศรษฐศาสตร์
- สร้างโจทย์วิเคราะห์และเฉลย
- ช่วยเขียนรายงาน พร้อมคำแนะนำเชิงวิชาการ
- ให้ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ทฤษฎีในสถานการณ์จริง
สิ่งนี้เชื่อมโยงกับ Constructivist Learning Theory ที่เน้นการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองผ่านการโต้ตอบ ซึ่ง AI ช่วยเร่งกระบวนการเรียนรู้ได้ดีมาก
- การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ
- มาตรการลดดอกเบี้ย
- การเปลี่ยนแปลงภาษี
- นโยบายสวัสดิการรัฐ
โดยใช้แบบจำลอง Machine Learning เพื่อคาดการณ์ผลลัพธ์ เช่น การจ้างงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือระดับเงินเฟ้อ เชื่อมกับ ทฤษฎีดุลยภาพทั่วไป (General Equilibrium Theory) และ ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์มหภาค (Macroeconomic Theory)
- พยากรณ์ GDP
- พยากรณ์อัตราเงินเฟ้อ
- แนวโน้มตลาดหุ้น
- การคาดการณ์ค่าเงินบาท
- Demand Forecasting ในธุรกิจ
ข้อดีคือความแม่นยำสูงและปรับตัวได้ดีเมื่อข้อมูลเปลี่ยน ซึ่งสัมพันธ์กับ Time Series Analysis (ARIMA, VAR ฯลฯ) ที่ AI สามารถเสริมความแม่นยำด้วย Neural Networks เช่น LSTM หรือ Transformer Models
- วิเคราะห์บทความจำนวนมากด้วย NLP
- จัดกลุ่มข้อมูล (Clustering)
- ลดมิติข้อมูล (Dimensionality Reduction)
- สร้างแบบจำลอง Counterfactual Analysis
- ตรวจสอบ Robustness Test
ประโยชน์คือช่วยให้นักศึกษาและนักวิจัยสามารถทำงานที่เคยใช้เวลานานหลายเดือนให้เสร็จในเวลาเพียงไม่กี่วัน
- ผู้เรียนเข้าถึงข้อมูล ทฤษฎี และตัวอย่างได้รวดเร็ว
- ลดภาระงานซ้ำซ้อน เช่น พิมพ์รายงาน ทำสไลด์
- สร้างเนื้อหาเฉพาะบุคคล (Personalized Learning)
- ทำให้การเรียนไม่น่าเบื่อ และมี Simulation ให้ทดลอง
- การใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค → เชื่อมกับ Consumer Theory
- การคาดการณ์ราคาสินค้า → เชื่อมกับ Demand–Supply Theory
- การสร้างแบบจำลองการแข่งขันตลาด → เชื่อมกับ Game Theory และ Market Structure
- วิเคราะห์ต้นทุน–ผลตอบแทนการลงทุน → เชื่อมกับ Financial Economics
- Data Analytics
- Machine Learning เบื้องต้น
- การตีความข้อมูลเชิงเศรษฐศาสตร์
- การสื่อสารผลการวิเคราะห์
การใช้ AI ในห้องเรียนช่วยให้นักศึกษามีความพร้อมในการทำงานทั้งสาย Analyst, Consultant, Data Scientist และงานด้านนโยบายภาครัฐ
- ต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเสมอ (AI Hallucination)
- ไม่ควรคัดลอกผลงาน AI โดยไม่คิดวิจารณญาณ
- ปกป้องข้อมูลส่วนตัว (Privacy & Security)
สรุป
ผู้เขียน : คณะทำงานคณะเศรษฐศาสตร์ ม.หอการค้าไทย